
CLIP SUMMARY
เฟืองหลักของ “เทรดเดอร์ทุกคน”
คิดแบบวิศวกร: ระบบเทรดของคุณคือ “เครื่องยนต์”
คิดแบบวิศวกร: ระบบเทรดของคุณคือ “เครื่องยนต์”
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่พยายามแก้ปัญหาด้วยการหา Setup ใหม่ Indicator ใหม่ หรือสไตล์ใหม่ แต่ไม่เคยหยุดทบทวนว่า ‘ระบบที่ใช้อยู่นั้นสอดคล้องกับเป้าหมาย และรองรับสิ่งที่เราคาดหวังได้จริงหรือไม่’ทางออกของเรื่องนี้อยู่ที่ Mindset
เริ่มจากการเข้าใจระบบของตัวเองให้ลึก รู้ว่าควรปรับอะไรและควรปล่อยอะไร ใช้ความคิดเชิงโครงสร้าง มากกว่าความรู้สึก คุณมาริออสบอกว่าเราอาจไม่ได้ห่างจากความสำเร็จเท่าไหร่ แค่ยังไม่ได้มองระบบของตัวเองผ่านเลนส์ของ ‘วิศวกร’ เท่านั้นเอง
พิธีกรถามต่อว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าระบบเทรดของตัวเองยังมีจุดอ่อนตรงไหน หรือต้องอาศัยแค่การดูผลย้อนหลังอย่างเดียวหรือเปล่า?
คุณมาริออสตอบว่า การเติมองค์ประกอบพื้นฐานของระบบ เช่น จุดเข้า การบริหารความเสี่ยง หรือวิธีเลือกหุ้นนั้นง่าย แต่สิ่งที่ยากคือการทำให้ทุกส่วน ‘สอดคล้องกัน’จริงๆ ซึ่งมันต้องเริ่มจากการถามตัวเองลึกๆว่า เราเป็นใคร? เทรดเพื่ออะไร? มีเวลามากน้อยแค่ไหน? เชื่อในแนวทางแบบไหน? ชื่นชมใคร?
เขาแนะนำว่า ช่วงเริ่มต้นควรใช้แนวทางจากแหล่งเดียวกัน เพื่อให้ระบบมาเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเมื่อเก่งขึ้นค่อยผสมแนวทางจากหลายแหล่ง อีกสิ่งสำคัญคือ ให้เราแตกระบบออกเป็นส่วนๆ แล้วถามว่า ‘ทำไมเราถึงทำแบบนี้’ ถ้ายังตอบไม่ได้หรือแค่ทำตามคนอื่น ก็ต้องกลับไปศึกษาให้เข้าใจด้วยตัวเองก่อนแล้วค่อยเดินหน้าต่อ
เพราะเมื่อเราเข้าใจทุกส่วนของระบบด้วยตัวเองจริงๆ แล้ว เราจะมั่นใจกับมัน ไม่สั่นไหวไปตามตลาด และสามารถยืนบนขาของตัวเองได้ แม้กระบวนการนี้จะใช้เวลาแต่นี่คือการเดินทางที่สำคัญและไม่สามารถทำแทนกันได้
พิธีกรถามต่อว่า ในฐานะ Momentum Swing Trader องค์ประกอบใดในระบบที่ส่งผลกับ Performance ของเขามากที่สุด?
คุณมาริออสตอบว่า สิ่งที่เปลี่ยนเขามากที่สุดคือการถอยออกมามองภาพรวม (Zooming Out) เขาเลิกโฟกัสแค่เรื่อง Setup แล้วเริ่มมองตลาดในเชิงธีมแทน มองเหมือนเป็นเกมที่มีบริบท มีโครงสร้าง และมีจังหวะที่เหมาะสม ธีมในตลาดไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่เมื่อมันเกิด มันคือโอกาส
เขาเริ่มถามตัวเองว่า
- จุดโครงสร้างแบบไหนที่ทำให้ Momentum เกิดได้ง่ายขึ้น?
- ฉันจะวาง Position ไว้ตรงไหน เพื่อให้ความไม่สมดุล (Asymmetry) เกิดขึ้นได้ง่าย?
- ความสัมพันธ์ระหว่าง Momentum กับองค์ประกอบอื่นๆ คืออะไร?
พิธีกรปิดท้ายด้วยการกล่าวว่าเขาชอบแนวคิดคิดแบบวิศวกรที่นำแนวคิดนี้มาใช้กับระบบเทรด บางคนต้องการเติบโตอย่างมั่นคงเน้นรักษาทุน บางคนต้องการผลตอบแทนสูง แม้ต้องรับความผันผวนมาก การคิดแบบวิศวกรจะช่วยให้เราออกแบบระบบให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเองจริง ๆ
คุณมาริออสเสริมว่า ถ้าคุณรู้ว่าคุณกำลังยิงเป้าไปที่ไหน คุณต้องเข้าใจขีดจำกัดความเจ็บปวด (Pain Threshold) ของตัวเอง และเข้าใจว่าอะไรคือ “ความปกติ” ที่ระบบของคุณจะผลิตออกมา ไม่ใช่แค่คาดหวังผลตอบแทน แต่ต้องเข้าใจว่าระบบที่ใช้จะพาเจอกับความผันผวนระดับไหนบ้าง
เราต้องเข้าใจว่าความปกติของระบบเทรดของเรานั้นเป็นอย่างไร ขีดจำกัดของความเสี่ยงของระบบเป็นแบบไหน ไม่ใช่แค่ความหวังแต่ผลตอบแทน แต่ต้องเข้าใจว่าระบบที่ใช้จะพาเจอกับความผันผวนระดับไหนบ้าง
บางคนตั้งเป้าว่าอยากได้ผลตอบแทน 30–40% ต่อปี และเขาอาจมีความสามารถทำได้ก็จริง แต่ระบบที่พาไปสู่เป้านั้นอาจมี Drawdown ที่ลึกหรือความผันผวนที่รุนแรงเกินไป ซึ่งเขาไม่สามารถรับมือกับมันได้จริง สุดท้ายก็หลุดแผนเพราะเจ็บเกินกว่าจะทนได้
ในทางกลับกัน บางคนมีระบบที่ดีมาก ผลลัพธ์สม่ำเสมอดีเยี่ยม แต่กลับใช้งานระบบได้เพียงแค่ 30% เพราะกลัวเกินไป ไม่กล้าใช้ความสามารถของระบบเต็มที่ ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ไม่ใช่แค่การมีระบบเทรดเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ต้องรู้ว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร และต้องปรับระบบให้เหมาะกับตัวเราเองจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตามใคร ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ที่อยากได้ แต่ต้องสอดคล้องทั้งในแง่ความเชื่อเวลาที่มี ความสามารถในการรับความเสี่ยง รวมถึงกรอบความคิดของตัวเราเอง
Source : วิดีโอ TraderLion Conference 2025 Day 2 : Learn From The Trader In The World ในส่วนของ Marios Stamatoudis – Mastering Your Trading Foundation Think Like an Engineer