← บทความทั้งหมด
เราไม่คาดเดาทางตลาด เราแค่ “ขี่ม้าที่กำลังพยศ”

BOOK SUMMARY

เราไม่คาดเดาทางตลาด เราแค่ “ขี่ม้าที่กำลังพยศ”

“คุณต้องยอมรับการย่อตัวของพอร์ต และเข้าใจว่าการฟื้นตัวอยู่ใกล้แค่เอื้อม”

“คุณต้องยอมรับการย่อตัวของพอร์ต และเข้าใจว่าการฟื้นตัวอยู่ใกล้แค่เอื้อม”

คนส่วนใหญ่มักไม่เข้าใจธรรมชาติของเทรนด์ พวกเขามักจะตื่นตระหนกและถอนตัวออกไปก่อนที่จะเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สามารถสร้างกำไรก้อนโตให้กับพวกเขาได้

การลดลดลงของเงินทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรดตามเทรนด์ที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การเทรดตามเทรนด์จะไม่ทำนายทิศทางหรือจับจังหวะตลาด แต่จะตอบสนองไปตามการเคลื่อนไหวของตลาดเท่านั้น เขามองว่าการขาดทุนเล็กน้อยเป็นส่วนหนึ่งของเกม เพราะการชนะครั้งใหญ่จะชดเชยกับการขาดทุนก้อนเล็กๆได้ในระยะยาว

บิล ดันน์ (Bill Dunn) ผู้ก่อตั้ง Dunn Capital Management, Inc. ได้กล่าวไว้ว่า ลูกค้าที่ลงทุนกับเขาควรมีความเข้าใจถึงความผันผวนตามธรรมชาติของโปรแกรมการเทรดนั้นๆ เพราะไม่ว่าจะเลือกโปรแกรมไหนสุดท้ายก็ต้องเจอความผันผวนจากการลงทุนอยู่ดี เพียงแต่ความผันผวนนั้นจะใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังตามบันทึกของ Dunn Capital เสมอ

เขาได้เผยสถิติการซื้อขายแบบรายเดือนย้อนหลังกว่า 40 ปี ให้เห็นว่า Dunn Capital ได้เจอกับการขาดทุนที่ร้ายแรงถึง 8 ครั้ง ในแต่ละครั้งเสียหายเกินกว่า 25%

อย่างในปี 1976 ดันน์ ได้เจอกับการขาดทุน 27.1% และ 32% ในปี 1981 แต่ก็ตามมาด้วยการเติบโต 500% และ 300% ตามลำดับ การขาดทุนเกิดขึ้นต้นเดือนกันยายนปี 1999 ไปจนถึงเดือนกันยายนปี 2000 แต่ก็สามารถฟื้นคืนกลับมาได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน หรือช่วงที่เกิดการลดลดลงของเงินทุน ถึง 57% ในปี 2007 และกลับมาได้พร้อมกับทำ New High ในเดือนกรกฎาคมปี 2016

‘คุณต้องยอมรับการย่อตัวของพอร์ตโฟลิโอ รวมถึงเข้าใจว่าการฟื้นตัวก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม การยอมรับความเสี่ยงมีความสำคัญต่อการทำกำไร‘

จาก 3 ช่วงเวลานี้เป็นหนึ่งในบทสรุปส่วนหนึ่งของเอกสารที่อธิบายว่าบริษัทเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมา ทำให้ลูกค้าหรือนักลงทุนของ Dunn Capital Management, Inc. ล้วนได้รับสำเนาที่มีข้อความว่า ‘หากนักลงทุนคนใดไม่ยินดีที่จะอดทนข้ามผ่านช่วงเวลาดังกล่าวพวกเขาย่อมไม่ใช่นักลงทุนที่เหมาะสมกับพอร์ตโฟลิโอของเรา’ เพราะการขาดความอดทนหรือไม่เต็มใจที่จะอดทนต่อการลดลงของเงินทุนนั้นอาจส่งผลกระทบให้เราต้องเจอกับการขาดทุนที่ร้ายแรงกว่าโดยที่ไม่มีโอกาสจะฟื้นตัวกลับมาได้ในเวลาต่อมา

ผู้เล่นในตลาดที่มองภาพกว้างย่อมสามารถอดทนถือ Position ไปจนกว่าจะข้ามผ่านช่วงเวลาที่เกิดการลดลงของเงินทุนนี้ได้ เพราะจุดมุ่งหมายของเขาคือ ‘ผลตอบแทนในระยะยาว’ เพราะถ้าเกิดการฟื้นตัวของราคาการเทรดตามเทรนด์จะสามารถทำเงินกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

สุดท้ายนี้ การเทรดสไตล์อื่นๆก็มีช่วงที่เกิดการลดลงของเงินทุนของเงินทุนด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่สำคัญคือระยะเวลาในการฟื้นตัวจากการขาดทุนจนกลับมาสร้างกำไรได้ใหม่อีกครั้งต่างหาก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยงว่าจะใช้กลยุทธ์การเทรดแบบไหน

Source : หนังสือ Trend Following เทรดตามเทรนด์ เขียนโดย Michael W. Covel