
BOOK SUMMARY
44 ข้อคิดจากบทเรียนชีวิต สู่ความสำเร็จของ Ray Dalio
หลักการชีวิต และหลักการทำงาน
เรียนรู้จากความล้มเหลว อ่อนน้อมถ่อมตน และเปิดใจรับฟัง
ราคาเป็นเครื่องสะท้อนความหวังของผู้คน ราคาจะขึ้นก็ต่อเมื่อผลลัพธ์จริงดีกว่าที่คาดไว้และราคาจะลดลงก็ต่อเมื่อผลลัพธ์ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน แต่คนส่วนใหญ่มักจะมีอคติจากสิ่งที่เขาได้เจอมาก่อนหน้านี้
คุณควรเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนอื่นๆในช่วงเวลาอื่น และที่อื่นมาก่อน ถ้าคุณไม่ทำตามนั้น คุณจะไม่มีทางเข้าใจ ถ้าสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับคุณ และถ้ามันเกิดขึ้นคุณจะไม่รู้วิธีจัดการกับมัน
มองย้อนกลับไปในอดีต Ray Dalio เขาได้เห็นว่าโดมิโนที่ล้ม มันต่อเนื่องกันไปตามเหตุผลของมัน
บทเรียนนี้ได้สอนเขาว่าต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยง เพราะไม่อย่างนั้นจะกลับมาเจ็บปวดแบบเดิมอีก การควบคุมความเสี่ยงนั้นจะบรรเทาความกลัวที่จะผิดพลาดและสอนให้เราแน่ใจว่า เราจะไม่เดิมพันกับสิ่งๆเดียว หรือวางเดิมพันหลายช่องทางจนทำให้เราสามารถขาดทุนกว่าจำนวนเงินที่กำหนดไว้ได้
ในการเทรด คุณจะต้องตั้งรับและเกรี้ยวกราดไปในเวลาเดียวกัน หากคุณไม่เกรี้ยวกราด คุณจะไม่สามารถหาเงินได้ และหากคุณไม่ตั้งรับ คุณก็จะไม่มีทางรักษาเงินเอาไว้ได้เช่นกัน
สิ่งต่างๆมักจะมีความเสี่ยงอยู่และมันสามารถทำให้เราเจ็บปวดได้เสมอ แม้ในการเดิมพันที่เหมือนจะปลอดภัยที่สุดก็ตาม ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ การสมมติว่าเรากำลังพลาดอะไรอยู่
3 ข้อผิดพลาดของ Ray Dalio ในปี 1982 ที่เม็กซิโกผิดชำระหนี้ จนทำให้เขากลับมาสู่จุดเดิมอีกครั้ง เพราะกำไรที่เคยได้มาก็ต้องหายไปจากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว หลังจากที่ดำเนินธุรกิจมา 8 ปี มีดังนี้ :
- เขารู้สึกมั่นใจมากเกินไปและปล่อยให้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เขาได้เรียนรู้ว่า ต่อให้เขาจะรู้และทำงานหนักมากแค่ไหนก็มีโอกาสผิดพลาดได้
- เขาเห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์อีกครั้งเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ความผิดพลาดในครั้งนี้ส่งผลให้เขาพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจและตลาดที่สำคัญย้อนหลังกลับไปเป็น 100 ปี
- มันเป็นเรื่องยากที่จะจับจังหวะของตลาดเพราะสิ่งต่างๆสามารถเกิดขึ้นก่อนเวลาที่คาดการณ์ไว้หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
Ray Dalio มองว่าเมื่อเขาเรียนรู้ตระหนักได้ถึงสิ่งเหล่านี้มีโอกาสน้อยลงที่จะผิดพลาดซ้ำสอง จากการที่เขามองตัวอย่างเป็นกลางและเริ่มต้นด้วยวิธีการเรียนรู้ที่ดีกว่าเดิม
เขาได้กล่าวความผิดพลาดไว้ว่า ความผิดพลาดของผมเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นเพราะมันทำให้ผมมีความอ่อนถ่อมตนจนเปลี่ยนความคิดจากเดิมที่เชื่อเสมอว่า ‘ผมนั้นถูก’ ให้กลายเป็น ‘ผมจะรู้ได้ยังไงว่าผมถูก’
วิธีที่ดีที่สุดในการตอบคำถามนี้ก็คือ หาคนที่มีเป้าหมายเหมือนกันแต่มีความคิดแตกต่างกัน วิธีการนี้ทำให้เราทุกคนสามารถเพิ่มความน่าจะเป็นของความถูกต้องได้
ผมต้องการแค่ความถูกต้อง โดยไม่สนว่าคำตอบที่ถูกต้องนั้นต้องมาจากผม ดังนั้น ผมจึงเรียนรู้ที่จะเปิดใจกว้างเพื่อให้ผู้อื่นชี้แนะและเห็นสิ่งที่ผมไม่เห็น
หลักการชีวิต
ผมพบว่าคนส่วนใหญ่ที่จะประสบความสำเร็จอย่างมากที่ผมได้พบมักประสบกับความล้มเหลวขนาดใหญ่ที่เจ็บปวดมากๆมาก่อน
Ray Dalio เห็นว่าการที่เราจะทำอะไรได้ยอดเยี่ยมเราต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ เราจะพบกับความผิดพลาด เราจะเจ็บปวดมากและเราก็จะคิดว่าเราล้มเหลว ซึ่งมันไม่ใช่ความจริงจนกว่าเราจะยอมแพ้ และความเจ็บปวดจะหายไปถ้าเราได้พบกับโอกาสอื่นๆข้างหน้า
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรวบรวมบทเรียนความล้มเหลว เพิ่มความอ่อนน้อมถ่อมตน รวมถึงเปิดใจให้กว้างอย่างแท้จริง เพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จและให้เราสามารถเดินหน้าต่อได้
นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ทุกคนและวิธีการลงทุนทุกรูปแบบล้วนมีช่วงเวลาที่แย่การสูญเสียศรัทธาในตัวเองจากช่วงเวลานั้น ซึ่งเป็น ช่วงที่คนส่วนใหญ่มักมีอารมณ์มากกว่าเหตุผล นับว่าเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เพราะพวกเขามีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อภาพระยะสั้นมากเกินไปโดยไม่คำนึงถึงผลระยะยาว ยกตัวอย่างเช่น ยอมแพ้และขายหุ้นแบบถูกๆช่วงเวลาที่ตลาดไม่เป็นใจ และกลับมาซื้อใหม่ในช่วงที่ทุกอย่างกลับมาดีมากไปแล้ว
คนที่มีความฉลาดในการลงทุนจะคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานเป็นหลักในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน ส่วนคนที่เหลาะแหละจะตอบสนองต่อสิ่งต่างๆด้วยอารมณ์เป็นหลัก และชอบร่วมวงในเวลาที่ทุกอย่างร้อนแรงแต่กลับไม่สนใจเวลาที่ไม่ได้รับความนิยม
แม้ในบางจังหวะอาจทำให้ Ray Dalio ได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่เขาไม่เสียใจหากต้องเข้าไปลงทุนด้วยความมุทะลุและโง่เขลา เพราะเขาได้เรียนรู้ว่ามันไม่ฉลาดที่จะเข้าไปเดิมพันด้วยวิธีการนี้
หากมีวิธีคิดในการลงทุนแบบนั้น เราอาจทำเงินได้มากขึ้น แต่สุดท้ายเราจะไม่รอดและไม่ประสบความสำเร็จได้อย่างยาวนาน
ผมสนุกกับการคำนึงถึงความผิดพลาดที่เจ็บปวดและคุณค่าของหลักการที่สิ่งต่างๆให้กับผม
การมีมุมมองแบบนี้ทำให้เขาสามารถรับมือความเจ็บปวดได้ดีขึ้นมาก ในบางเหตุการณ์แทนที่เขาจะรู้สึกเศร้าหรือผิดหวัง เขากลับมองว่า ความเจ็บปวดเหล่านั้นเป็นเรื่องธรรมชาติและคอยย้ำเตือนว่ามีสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้อีก ทำให้การรับมือกับความเจ็บปวดและการหาทางที่จะเรียนรู้นั้นเป็นเกมสนุกของ Ray Dalio เขาพบว่า เมื่อเขาเล่นมันมากขึ้นเขาเก่งขึ้นเรื่อยๆและเจ็บปวดน้อยลงเรื่อยๆ เริ่มเรียนรู้ที่จะรับอุปสรรคเพราะเขาคิดว่านั่นคือมุมมองที่ดีต่อชีวิต
Ray Dalio ค้นพบว่า ความพึงพอใจของความสำเร็จไม่ได้มาจากการบรรลุเป้าหมายของตัวเองแต่มันมาจากการมีความพยายามในการต่อสู้ที่ดี เขาบอกให้เราลองจินตนาการว่าเราสามารถทำมันได้แล้ว เราจะรู้สึกมีความสุขแค่ในในตอนแรกแล้วมันจะอยู่ไม่นาน เราจะค้นพบว่า เราต้องการสิ่งอื่นเพื่อต่อสู้และพยายามอีก
สิ่งที่เขาได้ค้นพบคนที่มีความสุขที่สุด คือ คนที่ได้ค้นพบธรรมชาติของตัวเองและเลือกชีวิตที่เข้ากับมัน
เมื่อไหร่ก็ตามที่ Ray Dalio เข้าไปเทรดในตลาด เขาจะเขียนเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินใจไว้ จากนั้นเมื่อเมื่อเขาปิดสถานะเขาจะรีวิวกับตัวเองว่าเกณฑ์เหล่านั้นทำงานได้ดีเพียงใด ซึ่งเขาได้นำตรรกะเหล่านี้ไปเขียนต่อเป็นระบบ และนำไป Back Test เพื่อทดสอบว่าตรรกะของเขาสามารถทำงานได้ดีแค่ไหนในอดีตที่ผ่านมา
โดยเขาทดสอบระบบด้วยการย้อนหลังไปไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะมันทำให้เราเห็นว่าในแต่ละช่วงเวลาตลาดและเศรษฐกิจทำงานอย่างไร และเราจะเดิมพันกับมันอย่างไร
Ray Dalio ใช้ Indicator ในการจับการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน และใช้เทคนิคเป็นตัวจับว่าราคามีแนวโน้มที่แข็งแกร่งเกิดขึ้นหรือไม่ เขาทำเช่นนี้และปรับค่าของระบบไปเรื่อยๆจนสามารถแยกสภาพตลาดออกเป็นแบบต่างๆได้
การรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ไม่ควรวางเดิมพันมีความสำคัญพอๆกับการรู้ว่าจะวางเดิมพันเท่าไหร่ Ray Dalio ได้กล่าวไว้ว่า ‘เราสามารถปรับปรุงสถิติการเทรดของเราได้โดยการเข้าไปเทรดในจำนวนที่เหมาะสมกับช่วงเวลาที่เรามั่นใจ’
การลงไปตั้งคำถาม-หาคำตอบกับตลาดฝึกคิดอย่างเป็นอิสระและสร้างสรรค์เกี่ยวกับวิธีการเทรด มักจะมาคู่กับการทำความผิดพลาด ซึ่งเราจะนำความผิดพลาดเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อหาต้นตอของปัญหาออกแบบวิธีการใหม่ๆที่ดีกว่าเดิม ดำเนินการเปลี่ยนแปลงอย่างมีระบบ สร้างความผิดพลาดใหม่ๆและทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ
ความจริงที่เราควรรู้ไว้คือการพยากรณ์ไม่ใช่สิ่งที่คุ้มค่ามากนัก คนส่วนใหญ่มักไม่ใช่คนที่หาเงินจากตลาด แต่แทนที่จะเป็นคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจ เราควรปรับแผนการเทรดให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้เลือกที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และย้ายเงินของเราไปในที่ที่เหมาะสมที่สุดในสภาพแวดล้อมแบบนั้นดีกว่า
Ray Dalio ค้นพบว่าการถือครองสินทรัพย์ระหว่าง 15 ถึง 20 ตัวคือชนิดที่เหมาะสมโดยโดยที่ผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ไม่ต้องมีความสัมพันธ์กันทำให้สามารถลดความเสี่ยงโดยไม่ต้องลดผลตอบแทน หากเป็นหลักทรัพย์เดียวกันปกติเราจะมีความสัมพันธ์กันเองถึง 60% หรือพูดได้ว่า มันมีโอกาสที่จะขึ้นหรือลงพร้อมๆกันเมื่อสินทรัพย์มีความสัมพันธ์กันน้อยลงซึ่งการจัดพอร์ตนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในตลาด หรือไม่ได้ขึ้นลงตามตลาดเพราะผลตอบแทนของมันขึ้นอยู่กับว่าเราทำได้ดีแค่ไหน
สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือการที่เราทำผิดพลาดเพราะนั่นคือโอกาสในการเรียนรู้ปรับปรุงและเป็นบทเรียน เขาและทีมงานได้สร้าง เครื่องมือที่มีชื่อว่า Error Log หรือ Issue Log (แบบบันทึกข้อผิดพลาด) ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ตามเทรดเดอร์จะทำการบันทึกข้อมูลดังกล่าวและเราจะติดตาม และแก้ไขปัญหาอย่างสม่ำเสมอ
เขาพบว่า ถ้ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นแต่ไม่ได้เกิดการบันทึกสุดท้ายแล้วจะเจอปัญหาที่หนักกว่า Ray Dalio พบว่าเครื่องมือนี้ช่วยให้เขาพัฒนาคนอย่างที่ต้องการได้
ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง มันทำให้เราต้องพัฒนาและขับเคลื่อนอยู่ตลอด เพราะถ้าธรรมชาติหรืออะไรก็ตามที่มีความสมบูรณ์แบบแล้วจะไม่เกิดการพัฒนา ซึ่งสิ่งมีชีวิต องค์กร และคนธรรมดาอย่างเราๆนั้นไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่มีความสามารถในการปรับปรุงพัฒนา ดังนั้น แทนที่เราจะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดเราควรค้นหาความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเราเอง และหาทางจัดการพวกมันดีกว่า
ถ้าคุณไม่อยากล้มเหลวล่ะก็ คุณจะล้มเหลวอย่างแน่นอน
กุญแจสำคัญคือ การล้มเหลว เรียนรู้จากมัน และพัฒนาอย่างรวดเร็ว ถ้าหากคุณเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง กระบวนการการวิวัฒนาการของคุณจะมีลักษณะคล้ายๆกับการวนเพื่อขึ้นข้างบนไปเรื่อยๆ เพราะความจริงจะปรับทุกอย่างให้เหมาะสม หากเราพัฒนาตัวเองไปในทิศทางที่ดีก็มีแนวโน้มว่าเราจะได้การตอบแทนที่ดี จากการคัดเลือกโดยธรรมชาติที่นำเราไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่ดีขึ้น
ที่ๆคุณไปในชีวิตจะขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณมองสิ่งต่างๆ
ความสำเร็จต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดหลายหลายอย่างที่เราไล่ตามและผลลัพธ์เป็นไปได้ด้วยดี กลับพบว่า สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถรักษาความสุขของเราในระยะยาวได้ ต่างจากตอนที่เรามีส่วนร่วมในการพัฒนาตัวเอง เช่นเดียวกันกับการที่ธรรมชาติให้ความเจ็บปวดกับเราก็เพราะว่าความเจ็บปวดหรือความผิดพลาดนั้นช่วยเตือนและช่วยแนะนำเราเพื่อให้พัฒนายิ่งๆขึ้นไป
มนุษย์ต้องการความลำบาก มันสำคัญต่อสุขภาพของเรา
เราไม่มีทางหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดได้ โดยเฉพาะถ้าเรากำลังไล่ตามเป้าหมายของเรา Ray Dalio กล่าวไว้ว่า เราเป็นคนโชคดีอย่างมากที่มีความรู้สึกเจ็บปวดถ้านำมันมาใช้อย่างถูกต้อง เพราะมันเป็นสัญญาณว่า คุณกำลังหาวิธีการเพื่อให้คุณได้ไปต่อ ความล้มเหลวนั้นสะท้อนว่าเรายังไม่สร้างสรรค์มากพอ
คนส่วนใหญ่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการคิดทบทวนจากความเจ็บปวดที่เขาได้เจอ แต่เขามักจะให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆมากกว่า เมื่อความเจ็บปวดเหล่านี้ผ่านไป เขาจึงพลาดการทบทวนความคิดของบทเรียนเหล่านั้น แต่เราสามารถตระหนักสิ่งเหล่านี้ให้ดีในขณะที่เรากำลังเจ็บปวดได้ เพราะการปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นก็เหมือนการไม่ยอมรับว่าเรามีปัญหา
ถ้าคุณไม่ล้มเหลวแปลว่าคุณยังไม่ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของคุณ และถ้าคุณไม่เข้าข้ามผ่านขีดจำกัด คุณก็ไม่สามารถไปจนสุดทางของศักยภาพของของคุณได้ แม้ในกระบวนการนั้นจะทำให้เราล้มเหลวหรือบางครั้งก็สามารถทำให้เราผ่านไปได้ แต่ประโยชน์จากความล้มเหลวและความสำเร็จเหล่านี้ไม่ใช่สำหรับใคร แต่เป็นสำหรับเราเอง
เลือกที่จะเจ็บปวดแทนที่จะหนีมัน ถ้าเราไม่ปล่อยตัวเองให้หนีความยากลำบากเหล่านี้ เลือกที่จะเผชิญหน้า เราจะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว เขาได้กล่าวต่อว่ามันเป็นเรื่องที่ตลกร้าย ถ้าเราเลือกเส้นทางที่เจ็บปวด มันมักจะกลายเป็นความสุขในไม่ช้า
มีแต่ได้กับได้
Ray Dalio พบว่าเขามีความสุขมากขึ้นเมื่อเขารู้ว่าตนเองกำลังพัฒนาจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แบบการวิ่งที่เหมือนกับนักวิ่งระยะไกลที่ต้องผลักตัวเองให้ผ่านความเจ็บปวดเพื่อสัมผัสความรู้สึกที่เรียกว่า Runner’s High หรือสภาวะที่มีมีความสุขขณะวิ่งซึ่งเป็นความสุขที่ทำให้ร่างกายอยากกลับไปวิ่งอีกเรื่อยๆ เขาสัมผัสเรื่องนี้เหมือนกับความสุขจากการเรียนรู้สิ่งที่ผิดพลาดโดยเขาเรียกมันว่า Mistake’s Learning High โดยมี 5 ขั้นตอนเพื่อให้เราได้ทุกสิ่งที่ต้องการในชีวิต ดังนี้ :
- มีเป้าหมายที่ชัดเจน
- ระบุปัญหาให้ชัดเจน
- วินิจฉัยปัญหา เพื่อให้รู้ว่าอะไรคือสาเหตุของปัญหา
- คิดและออกแบบแผนการที่จะจัดการปัญหาเหล่านั้น
- ลงมือทำ
ระหว่างที่ทำให้ขั้นตอนนี้เราต้องทำตามระดับขั้น เมื่อวางเป้าหมายก็ให้วางเป้าหมายอย่างเดียว ยังไม่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ถึงเป้าหมาย และยังไม่ต้องคิดว่าจะมีอุปสรรคอะไรเกิดขึ้นบ้าง
สำหรับคนส่วนใหญ่ชีวิตคือการต่อสู้ที่ไม่สิ้นสุดระหว่างสองส่วนนี้ แตกต่างจากคนที่มีการวิวัฒนาการของตนเองแล้วที่สามารถปรับความรู้สึกและความคิดของเราได้
หลักการทำงาน
สำหรับองค์กรใดใดหรือความสัมพันธ์ใดใดที่ดีจะต้องประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้ :
- ซื่อสัตย์
- เมื่อมีความเห็นต่างจงรับฟัง
- หาข้อตกลงด้วยการตัดสินใจด้วยการโหวตหรือมี ข้อตกลงที่ชัดเจนเพราะในความไม่เห็นด้วยเราสามารถก้าวผ่านไปโดยไม่ก่อให้เกิดความไม่พอใจได้เช่นกัน
Ray Dalio คาดหวังให้เกิดความขัดแย้งขึ้นเสมอเนื่องจากเขาต้องการให้ทุกคนคิดด้วยตัวเองและโต้เถียงด้วยสิ่งที่พวกเขามองว่าดีที่สุดในมุมมองของแต่ละคน จากหลักการการทำงานของ Bridgewater คือการลอง ลองให้ล้มเหลว ล้มเหลวแล้วก็มาหาสาเหตุ จากนั้นมาออกแบบการแก้ปัญหาใหม่ และลองอีกครั้ง ความขัดแย้งทางความคิดไม่ใช่อุปสรรคใหญ่เทียบกับโอกาสในการเรียนรู้คนที่ยอมเปลี่ยนแปลงความคิดของตนเองเมื่อเขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่คือผู้ชนะ ในขณะที่คนไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรเลยคือผู้แพ้
ไม่มีอะไรที่สำคัญกว่าหรือยากกว่าการทำให้องค์กรมีวัฒนธรรมและคนที่เหมาะสม Ray Dalio ให้ความสำคัญกับงานที่มีความหมายและความสัมพันธ์ที่มีความหมาย เขาเปรียบการทำงานเป็นเหมือนกับเกมที่เขาต้องเล่นด้วยความหลงใหลเขาต้องการสนุกกับมันมากๆเขาจึงอยากเล่นกับคนที่เขาพอใจและนับถือ
อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าเค้าเห็นคุณค่าของความไม่ลงรอยทางความคิดเพราะเห็นว่าเป็นหนทางในการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจเค้าต้องการให้ทุกคนทำงานด้วยการเป็นหุ้นส่วนมากกว่าการเป็นพนักงาน ซึ่งเขาได้นิยามคำว่า หุ้นส่วน ไว้ว่า หุ้นส่วนที่ดีมาจากการมีค่านิยมและความสนใจร่วมกันมีแนวทางคล้ายคลึงกันในความมุ่งมั่นรวมถึงมีเหตุผลและความเห็นอกเห็นใจให้กันและกัน แต่หุ้นส่วนเหล่านั้นก็ต้องเต็มใจที่จะรักษามาตรฐานที่สูงให้กันและกันด้วย
ถ้าเรารู้ว่าใครเป็นแบบไหนก็สามารถเข้าใจสิ่งที่จะได้รับจากพวกเขาสิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้ Ray Dalio ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับผู้คนในแต่ละรูปแบบมากขึ้นเพื่อสามารถมอบหมายงานที่เหมาะสมแก่คนเรานั้นได้ การมอบหมายงานที่เหมาะสมเพื่อให้เข้ากับจุดแข็งในตัวของพวกเขามากที่สุด
เพราะสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มากที่สุดคือ การที่เขาคิดว่าคนๆหนึ่งสามารถประสบความสำเร็จจากการทำสิ่งหนึ่งและสามารถประสบความสำเร็จในการทำสิ่งอื่นได้ด้วย รวมถึงการคิดว่าวิธีการทำงานของคนคนหนึ่งจะเหมาะสมกับอีกคนหนึ่ง ซึ่งนั่นเป็นความผิดพลาดอย่างมาก
Ray Dalio พยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนมีสิทธิ์และความรับผิดชอบที่กระจ่างในตัวเอง รวมถึงให้พวกเขาได้เป็นกลุ่มนักคิดอิสระ ที่ต้องการบรรลุเป้าหมายไปด้วยกันสามารถตัดสินใจร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมีความจริงและความโปร่งใสต่อกัน รวมถึงถ้าความขัดแย้งก็มีวิจารณญาณและความสามารถในการก้าวผ่านความขัดแย้งไปสู่การตัดสินใจที่ดีที่สุด
ถ้าเราจะสามารถพูดคุยกันในเรื่องที่สำคัญเรียนรู้ร่วมกันและเข้าใจถึงสิ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันเราจะช่วยกันฉุดดึงกันให้ผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายไปได้ และความสัมพันธ์ที่สนิทสนมและใกล้ชิดกันมากขึ้นนั้นจะทำให้เราสามารถไล่ตามเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นไปอีก แต่ Ray Dalio ได้กล่าวว่าในหนังสือว่าความสัมพันธ์เช่น ใช้เวลาในการสร้างและสร้างขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราปฏิบัติต่อกันและกันเป็นอย่างดี
สร้างสภาพแวดล้อมที่ยอมให้คนทำผิดพลาดได้อย่างปลอดภัย ความคิดสร้างสรรค์และความคิดอิสระเป็นสิ่งสำคัญขององค์กรเพราะความสำเร็จจำเป็นต้องยอมรับความล้มเหลวว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สร้างสภาพแวดล้อมให้เขาได้รับรู้ว่า หากเขาผิดพลาดเขาจะรับความช่วยเหลือไม่ใช่บทลงโทษ
อย่างที่ Thomas Edison ผมไม่ได้ล้มเหลวผมแค่ค้นพบเหมือนวิธีที่ไม่ได้ผล
เมื่อเกิดความผิดพลาดเราไม่ควรพยายามปกป้องตัวเองด้วยการปกปิด เพราะความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่คอยเตือนว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ถ้าเรายอมรับอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย เพื่อหาวิธีการป้องกันไม่ให้จุดอ่อนนั้นมาทำร้ายเราในอนาคต
หากคุณมองตัวเองย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วและไม่รู้สึกตกใจกับความโง่เขลาของตัวเองแสดงว่าคุณไม่ได้เรียนรู้มากนัก
ในองค์กรควรมีค่านิยมชัดเจน เพื่อให้คนในองค์กรรู้ว่าองค์กรกำลังไปในทิศทางไหนและกำลังทำอะไรอ เพื่อสิ่งใด เช่นเดียวกันกับตอนที่เราคัดเลือกคนเข้าองค์กรที่ทางผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์ต้องตอบกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ต้องการอะไรจากกันและกัน
Ray Dalio ได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่าการขาดค่านิยมร่วมกันจะนำไปสู่ความเจ็บปวดมากมายและส่งผลร้ายตามมาซึ่งอาจทำให้กลุ่มต้องแตกแยกกัน
การประชุมขององค์กร ให้ระวังเรื่องของการพูดออกนอกประเด็นเขาแนะนำให้คอยติดตามบทสนทนาเสมอ หรือจะเป็นกระดานไวท์บอร์ดก็ได้เช่นกันเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าตอนนี้กำลังพูดถึงเรื่องไหนอยู่
รวมถึงเขาได้แนะนำเรื่องของการใช้กฎ 2 นาทีเพื่อหลีกเลี่ยงการขัดจังหวะ อย่างเช่นคุณต้องให้เวลา 2 นาทีกับคนที่อธิบายความคิดเห็นหรือเล่าเรื่องของตนก่อนที่จะพูดความคิดเห็นของตนเอง วิธีการนี้เป็นหนึ่งในวิธีที่สำคัญมาก เพราะเป็นวิธีที่ช่วยให้ทุกคนแน่ใจว่าทุกคนมีเวลาในการอธิบายตกผลึกเต็มที่และสื่อสารความคิดเห็นของตนเองโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเข้าใจผิดหรือถูกสิ่งที่ดังกว่าลากออกไป
ในเรื่องของการประชุมแม้เราจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแต่เราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเช่นเดียวกันทุกเรื่อง
องค์กรที่ดีคือองค์กรที่คนจะไม่ต้องแข่งขันกันเองมากนัก แต่ต้องแข่งขันกับตัวเองซะมาก เป้าหมายของคุณคือการจ้างคนที่เข้าใจแนวคิดนี้ เพื่อให้พวกเขาสามารถทำหน้าที่ของตนเองได้ดีที่สุด
สุดท้าย อย่ากังวลว่าเราจะชอบสถานการณ์ของเราหรือไม่ เพราะชีวิตไม่ได้ให้สิ่งที่เราชอบ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เราต้องการกับสิ่งที่เราต้องทำ เพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการได้อย่างไร
Source : หนังสือ PRINCIPLES RAY DALIO