← บทความทั้งหมด
วันนี้เรามี “เทรดที่ดี” แล้วหรือยัง ?

BOOK SUMMARY

วันนี้เรามี “เทรดที่ดี” แล้วหรือยัง ?

7 หลักพื้นฐานก่อนเทรดทุกไม้ จาก SMB Capital

โฟกัสที่กระบวนการ มากกว่าผลกำไรหรือขาดทุน

Bellafiore พาเราเข้าสู่โลกของ Proprietary Trading (prop trading) ซึ่งต่างจากการลงทุนทั่วไป ที่นี่ไม่ใช่แค่การซื้อขายหุ้นตามกระแส แต่คือการใช้เงินของบริษัทตัวเองเพื่อทำกำไร ฟังเรื่องราวเบื้องหลังและบทเรียนที่เขาได้จากการฝึกฝนเทรดเดอร์มือใหม่จนกลายเป็นมืออาชีพในบริษัทของเขาอย่าง SMB Capital

แทนที่จะเน้นเรื่องการทำกำไรมหาศาล Bellafiore กลับบอกเราว่า

ความสำเร็จที่แท้จริงของการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ คือการทำเทรดที่ดี

เทรดหนึ่งครั้ง—ไม่ใช่เทรดที่ชนะตลอดหรือทำกำไรมากมาย แต่เป็นเทรดที่มีพื้นฐานจากการตัดสินใจที่รอบคอบและเป็นเหตุเป็นผล และเมื่อคุณทำ one good trade ครั้งแล้วครั้งเล่า มันจะสร้างเส้นทางที่มั่นคงให้กับคุณในโลกของการเทรด

เขาเน้นว่า "การทำการบ้าน" เป็นส่วนสำคัญที่สุด เทรดเดอร์ที่ดีไม่ได้ตื่นเช้ามาแล้วเพียงแค่เปิดคอมฯ เพื่อรอให้ราคาหุ้นขึ้นหรือลง แต่พวกเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งเรื่องของหุ้นแต่ละตัว แนวโน้มตลาด ข่าวสารรอบโลก และการทบทวนเทรดที่พลาดในอดีต เป้าหมายไม่ใช่การหากำไรทันที แต่เพื่อเตรียมพร้อมให้ตัวเองมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในทุกการตัดสินใจ

One Good Trade จึงเปรียบเสมือนการฝึกฝน มากกว่าการเสี่ยงโชค Bellafiore บอกชัดเจนว่า อย่าไปหวังที่จะชนะทุกครั้ง แต่ควรมุ่งมั่นทำตามแผนการที่วางไว้เสมอ

เรื่องราวของเหล่าเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จพวกเขาไม่เคยปล่อยให้อารมณ์เข้ามาควบคุมการตัดสินใจในตลาด และหากจะล้มเหลวก็ต้องเรียนรู้จากมัน แล้วก้าวต่อไป

แล้วเราจะมี One Good trade อย่างที่ว่าได้ยังไง ?

Bellafiore เล่าว่าที่ SMB Capital มีหลักการพื้นฐานอยู่ 7 ข้อ ที่ก่อนจะเทรดในทุกๆเทรด เทรดเดอร์ต้องจัดการและทำมันออกมา คือ ..

1.

Proper Preparation (การเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสม) พิจารณาหุ้นที่มีศักยภาพสำหรับการเทรดรายวัน การเตรียมตัว ได้แก่ การเตรียมตัวก่อนเปิดตลาด เช่น ข่าวที่มีผลต่อหุ้นในช่วงก่อนตลาดเปิด

ข้อมูลเฉพาะที่ต้องมีสำหรับการเทรด เช่น ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย, ช่วงราคาต่อวัน, ระดับทางเทคนิคที่สำคัญ, อัตราส่วนของการขายชอร์ต, และข่าวล่าสุดเกี่ยวกับหุ้นที่เลือก

2.

Hard Work (การทำงานอย่างหนัก) เทรดเดอร์ต้องทุ่มเทเวลาเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมตลาด วิเคราะห์ผลลัพธ์ของการเทรดแต่ละครั้งอย่างละเอียด และมองหาแนวทางที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นต่อเนื่อง การทำงานหนักช่วยให้สามารถพัฒนาเทคนิคและวิเคราะห์โอกาสได้ดีขึ้น ตัวอย่างหนึ่งของการทำงานหนักนี้คือการถามคำถามที่สำคัญในระหว่างการวิเคราะห์ตลาด เช่น ใครกำลังซื้อ-ขาย? ระดับราคาสำคัญอยู่ที่ไหน? หรือ หุ้นนี้แข็งแกร่งกว่า หรืออ่อนแอกว่าตลาดโดยรวมหรือไม่?

3.

Patience (ความอดทน) เขายกตัวอย่างคำพูดของ Warren Buffett ว่า

In this game, the market has to keep pitching, but you don’t have to swing. You can stand there with the bat on your shoulder until you get a fat pitch.

Warren Buffett

คำกล่าวนี้สะท้อนว่า เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อหรือขายในทุกโอกาสที่เห็น แต่ควรรอจนกว่าจะพบจุดเข้าซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำและมีโอกาสผลตอบแทนสูงที่สุด รอจนมันเข้ามาตามแผนที่เราวางไว้

4.

Detailed Plan Before Every Trade (แผนการที่ละเอียดก่อนทำการเทรด) Bellafiore มักจะทดสอบผู้เทรดใหม่ ๆ ด้วยคำถามว่า “แผนการซื้อขายของคุณคืออะไร?” หากผู้เทรดไม่สามารถตอบได้อย่างรวดเร็ว แสดงว่าเขาอาจขาดการเตรียมพร้อมที่ดี การวางแผนในการซื้อขายควรจะสามารถสรุปเป็นประโยคสั้น ๆ ได้ เพื่อให้เทรดเดอร์รู้ชัดเจนถึงขั้นตอนและเงื่อนไขที่ใช้ในการตัดสินใจ การวางแผนนี้รวมถึงการกำหนดกลยุทธ์การออกจากตลาด ทั้งในกรณีที่ราคาเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และในกรณีที่ได้กำไร Bellafiore แนะนำให้เทรดเดอร์กำหนดระดับราคาหรือสัญญาณที่ชัดเจนว่าเมื่อไรควรจะออกจากการเทรด

5.

Discipline (วินัยในการเทรด) วินัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเทรด โดยเฉพาะการรักษาการหยุดขาดทุนตามแผนที่วางไว้ หากราคาหุ้นไม่เป็นไปตามคาด เทรดเดอร์ต้องรู้จักหยุดขาดทุนตามที่กำหนดไว้โดยไม่ให้ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาแทรกแซง นอกจากนี้การมีวินัยในทุกการเทรดทำให้สามารถควบคุมอารมณ์และเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจได้อย่างมาก

6.

Communication (การสื่อสาร) ที่ SMB Capital มีการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเทรดเดอร์เพื่อช่วยกันวิเคราะห์และระบุโอกาส เทรดเดอร์สามารถเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานและใช้ข้อมูลจากผู้อื่นในการเสริมความรู้และแนวคิดในการตัดสินใจ ทำให้มีมุมมองที่หลากหลายและทันสถานการณ์

7.

Replaying Important Trades (ทบทวนการเทรดที่สำคัญ) หลังจากการเทรดแต่ละครั้ง เทรดเดอร์จะต้องทบทวนเพื่อหาข้อดีข้อเสียของการตัดสินใจในครั้งนั้น และประเมินว่าอะไรที่สามารถปรับปรุงได้ การทำเช่นนี้ช่วยให้สามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดและเสริมทักษะที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเทรดครั้งถัดไป

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อาจจะยังไม่เข้าใจหรือยังไม่เห็นภาพมาก สรุปง่ายๆก็คือ เตรียมตัว, วางแผนเทรดให้ละเอียด , อดทนรอ, มีวินัยในการActionไม่ว่าจะTPหรือSL, สื่อสารกับทีมบอกเล่าแผน, ทบทวนการเทรดเพื่อปรับปรุง

Bellafiore เน้นว่า One Good Trade คือการโฟกัสที่กระบวนการมากกว่าผลลัพธ์ กล่าวคือแม้การเทรดจะไม่ได้ทำกำไร แต่อาจถือเป็นการเทรดที่ดีหากมีการปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานอย่างเคร่งครัด ตรงกันข้าม หากทำกำไรโดยละเมิดหลักการ ก็ไม่นับว่าเป็น One Good Trade เพราะการเทรดแบบนี้อาจนำไปสู่การสูญเสียในอนาคต

Source : หนังสือ One Good Trade: Inside the Highly Competitive World of Proprietary Trading ของ Mike Bellafiore