← บทความทั้งหมด
ถอดบทเรียนตำนาน Quantum Fund ทองคำ เงิน และสัญญาณเตือนวิกฤต

ถอดบทเรียน · JIM ROGERS

ถอดบทเรียนตำนาน Quantum Fund ทองคำ เงิน และสัญญาณเตือนวิกฤต

เมื่อทุกตลาดทำ All-Time High พร้อมกัน และคำว่า “ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม”

จิม โรเจอร์ส (Jim Rogers) ผู้ร่วมก่อตั้ง Quantum Fund

ถอดบทเรียน จิม โรเจอร์ส ตำนาน Quantum Fund

จิม โรเจอร์ส (Jim Rogers) คือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Quantum Fund กองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 4,200% ภายในเวลาเพียง 7 ปี และเป็นชายที่ร่วมกับ จอร์จ โซรอส (George Soros) สร้างประวัติศาสตร์จากการทำกำไรมหาศาลตอนที่ค่าเงินปอนด์อังกฤษล่มสลาย ในวิดีโอสัมภาษณ์ครั้งนี้ คุณโรเจอร์สพาย้อนกลับไปหลายทศวรรษที่เขาอยู่ในฐานะนักลงทุนระดับโลก ทั้งเรื่องแนวคิดการลงทุน มุมมองต่อวิกฤตที่กำลังจะมาถึง และบทเรียนชีวิตจากการเดินทางรอบโลก

ทองคำ เงิน และสินทรัพย์ที่จับต้องได้ในยามวิกฤต

ผู้สัมภาษณ์เปิดประเด็นด้วยเรื่องทองคำและเงิน สองสินทรัพย์ที่ คุณโรเจอร์สพูดถึงมาตลอด และราคาเพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ก่อนจะปรับฐานอย่างรุนแรง จนหลายคนเริ่มพูดว่านี่อาจเป็นจุดสูงสุดของทั้งสองสินทรัพย์ไปอีกสิบปี

คุณโรเจอร์สบอกว่าเขาไม่รู้หรอกว่าราคาจะไปทางไหนต่อ แต่สิ่งที่แน่นอนคือเขาถือทั้งทองคำและเงินอยู่ตลอด และจะไม่ขาย ถ้าราคาลงไปอีกเขาก็แค่อยากซื้อเพิ่ม เขามองว่าทุกคนควรมีทองคำและเงินติดตัวไว้ และหวังว่าสักวันลูกๆ ของเขาจะได้รับสินทรัพย์เหล่านี้เป็นมรดกต่อไป เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร ในประวัติศาสตร์ทองคำกับเงินก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ให้คุณค่ามาตลอด

เขาหยิบทองคำออกจากกระเป๋ามาโชว์ให้ดูตอนที่พิธีกรถามว่า เขาพกทองคำติดตัวอยู่จริงไหม ก่อนจะอธิบายต่อถึงเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงเลือกถือโลหะจริงมากกว่า ETF เพราะในยามวิกฤต เราไม่สามารถเอา ETF ไปที่ร้านขายของชำแล้วขอแลกกับขนมปังได้ แต่ถ้าหยิบเหรียญเงินออกมา เจ้าของร้านก็จะรู้ว่ามันคืออะไรและยินดีแลกเปลี่ยนด้วย

จากนั้นเขาก็พูดถึงมุมมองระยะยาวของเขาต่อวิกฤตเศรษฐกิจ คุณโรเจอร์สบอกว่า ธนาคารกลางทั่วโลกรู้ดีว่าการพิมพ์เงินคือทางออกที่ง่ายที่สุด และผู้คนก็ชอบทางที่ง่าย ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าการพิมพ์เงินแบบนี้มักนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในที่สุด เขาแนะนำให้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปพร้อม ๆ กับการคอยจับตาดูสถานการณ์ เพราะปัญหากำลังจะมาถึงไม่ช้าก็เร็ว

เมื่อถูกถามว่าคนทั่วไปควรเตรียมตัวอย่างไรหรือไม่ต้องทำอะไรเลยสำหรับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น คุณโรเจอร์สบอกว่าแม้แต่การไม่ทำอะไรเลยก็ยังถือเป็นการตัดสินใจอย่างหนึ่งอยู่ดี

คำแนะนำที่สำคัญที่สุดของเขาคือ “ให้ยึดอยู่กับสิ่งที่ตัวเองรู้จริง” เพราะถ้าเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ไม่เข้าใจมากพอ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ถ้ารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรและทำไมถึงอยู่ตรงนั้น ก็จะมีโอกาสรอดมากกว่า แนวทางนี้อาจฟังดูน่าเบื่อแต่คนที่เตรียมตัวมาดีและอยู่กับสิ่งที่รู้มักจะจบลงได้ดีกว่าเสมอ

มนุษย์ก็คือมนุษย์ ทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาดมาโดยตลอด และสุดท้ายก็ต้องมีใครสักคนเป็นผู้จ่ายราคา สิ่งที่เขาได้เรียนรู้คือให้เตรียมตัวไว้เสมอ ไม่ว่าสถานการณ์จะดูแปลกประหลาดแค่ไหนก็ตาม และเขาก็เสริมว่าเวลาที่ทุกคนเชื่อว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น ส่วนใหญ่แล้วมันก็มักจะไม่เกิดขึ้นตามที่คาดไว้ แต่ก็มักจะมีเรื่องอื่นที่มาสร้างความประหลาดใจตามมาแทนเสมอ

นอกจากบทบาทในโลกการลงทุน คุณโรเจอร์สยังเป็นที่รู้จักจากการเดินทางรอบโลกมาแล้วสองถึงสามรอบ จนเคยสร้างสถิติกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด เมื่อถูกถามถึงบทเรียนชีวิตที่ได้จากการเดินทาง เขาบอกว่าตัวเองเป็นคนขี้สงสัยและอยากเห็นโลกที่ยังไม่รู้จัก

สำหรับคนที่ไม่เคยมีโอกาสเดินทางออกจากบ้านเกิดเลย คุณโรเจอร์สบอกว่า เขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใครที่พอใจกับชีวิตแบบนั้น ถ้าพวกเขามีความสุขจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรผิด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเชื่อคือ เราควรรับฟังคนที่แตกต่างจากเรามากที่สุด เพราะมุมมองของพวกเขาต่างจากเรา และการรับฟังไม่เคยทำร้ายใคร

ก่อนจบบทสนทนา ผู้สัมภาษณ์ถามถึงโอกาสการลงทุนในปัจจุบัน หลังจากที่ คุณโรเจอร์สเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาขายหุ้นสหรัฐฯ ทั้งหมดไปแล้ว เขาบอกว่าสิ่งที่เขาสังเกตเห็นตอนนี้คือแทบทุกตลาดทั่วโลกกำลังทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลพร้อมกัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในประวัติศาสตร์ และมักเป็นสัญญาณให้เริ่มตั้งคำถามและกังวล

เขาเตือนว่าเมื่อไรก็ตามที่มีคนบอกว่า "ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป" ให้กังวลให้มาก แม้จะยอมรับว่าครั้งนี้อาจจะแตกต่างจริงก็ได้ แต่สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ทำให้เขาอยากมองออกไปนอกหน้าต่างและเริ่มตั้งคำถามกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

จังหวะเวลาและการตัดสินใจที่เร็วเกินไป

จิม โรเจอร์ส (Jim Rogers) มองว่า จังหวะเวลาในการเข้าเทรดคือเรื่องที่สำคัญที่สุดในการลงทุน เพราะต่อให้วิเคราะห์ถูกต้อง แต่ถ้าจับจังหวะผิด ก็อาจสูญเสียจนถูกล้างพอร์ตได้

หลักการง่าย ๆ ของเขาคือ "อย่าเสียเงิน" ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะเวลาตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง คนจำนวนมากที่คิดถูกกลับสูญเสียทุกอย่างเพียงเพราะจับจังหวะผิด บางคนอาจวิเคราะห์ได้ถูกต้องในอีกห้าปีข้างหน้า แต่ในระหว่างนั้นก็ล้มละลายไปแล้ว

ความยากของกฎนี้อยู่ที่เรื่องจังหวะเวลา เพราะบ่อยครั้งที่คนคิดถูกแต่พวกเขาเร็วเกินไป ตลาดไม่สนใจว่าใครคิดถูกหรือผิด มันจะเล่นงานเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับบอกว่า "คุณผิด" อยู่ตลอด สิ่งที่จำเป็นคือความรู้ที่หยั่งรากลึกว่าตัวเองคิดถูกจริงเพราะแม้จะมั่นใจแค่ไหน ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ยอมแพ้เมื่อตลาดยังคงบอกว่าพวกเขาผิดอยู่ทุกวัน

เมื่อถูกถามว่าทุกคนมีศักยภาพจะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้หรือไม่ คุณโรเจอร์สตอบชัดเจนเลยว่าไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้ เขาเปรียบกับวงการฟุตบอลที่ทุกคนเล่นได้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ไปถึงระดับสูงสุด สำหรับการลงทุนก็เช่นกัน ทุกคนพูดได้ว่า "ฉันก็ซื้อหุ้น IBM ได้" แต่ในความเป็นจริงส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อ เพราะมันคือเรื่องของการมองเห็นสิ่งที่ตัวเองรู้ว่าถูกต้องแต่คนอื่นมองไม่เห็น

คุณโรเจอร์สอธิบายว่าธรรมชาติของมนุษย์คืออยากได้รับการยอมรับและอยากกลมกลืนกับคนหมู่มาก ซึ่งนั่นเป็นปัญหา เพราะการคิดสวนทางกับความเห็นส่วนใหญ่ต้องแลกมาด้วยการถูกมองว่าเป็นคนบ้า แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่กล้าคิดต่างมักจะเป็นฝ่ายถูก เมื่อถูกถามว่าเรียนรู้อะไรจากนักลงทุนเก่ง ๆ ที่เคยพูดคุยด้วย

เขาบอกว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่ไม่หยุดตั้งคำถาม และเมื่อมั่นใจว่าคิดถูกหลังจากค้นคว้ามาอย่างละเอียดแล้ว ก็ต้องมีความแข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดในสิ่งที่คิด แม้ทุกคนจะบอกว่าผิดก็ตาม เขาทิ้งท้ายด้วยอารมณ์ขันว่า บางทีการบ้าสักนิดหน่อยก็อาจเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อไม่ให้สนใจว่าคนอื่นจะพูดอะไร

Source : วิดีโอสัมภาษณ์ Quantum Fund Co-Founder: All-Time Highs? Be VERY Worried! จากช่อง Words of Rizdom