
TRADER MINDSET
ความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ได้มาจากตลาดภายนอก แต่มาจากอารมณ์และสัญชาตญาณของตัวเราเอง
ตลาดเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนตัวตนของเรา
ตลาดเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนตัวตนของเรา
หลายครั้งในการเทรด โดยเฉพาะตอนที่เราต้องตัดสินใจ มันมักจะมี ‘วูบหนึ่ง’ ที่แว้บเข้ามาเพียงชั่วครู่ให้เราได้ทำอะไรที่แปลกไป จนรู้ตัวอีกทีก็ทำสิ่งไม่ดีไปเสียแล้ว หรืออาจพูดอีกอย่างได้ว่า หลายๆครั้งของการเป็นเทรดเดอร์เราเผลอตัดสินใจตามสัญชาตญาณ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำตามสัญชาตญาณเหล่านั้น กลับไม่ใช่ผลดีเอาเสียเลย คุณเคยถามตัวเองไหมว่าที่พอร์ตของตัวเองขาดทุนหรือกำไรเกิดจากอะไร? ส่วนใหญ่แล้วเวลากำไรมนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะชื่นชมในความสามารถของตัวเอง ในทางกลับกันเวลาเราขาดทุน เรามักจะโทษสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นข่าว ตัวเลขเศรษฐกิจ ถ้าเราลองคิดบนพื้นฐานของความเป็นจริง เราอาจได้คำตอบว่า ตัวเราเองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของผลลัพธ์ทั้งหมด
ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถลบออกจากการเทรดของเราได้ นั่นหมายถึงประสบการณ์ร้าย ๆ เป็นส่วนหนึ่งของเกมส์นี้ มันเป็นธรรมชาติของการเทรด เทรดเดอร์มักจะต้องเผชิญกับความเครียด ความคิดที่ยากลำบาก อารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ และความรู้สึกที่ไม่สะดวกสบาย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราตัดสินใจ เรากำลังอยู่บนความเสี่ยง เป้าหมายคือการจัดการกับความเสี่ยงให้ดีขึ้น ตามปกติเทรดเดอร์มือใหม่ส่วนใหญ่จะพิจารณาเรื่องการบริหารความเสี่ยงที่มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างมากต่อการบริหารความเสี่ยงในการเทรดคือ ความเสี่ยงที่มาจากตัวเราเอง
วิธีการในการจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับอารมณ์ของเรา อาจจะทำได้ด้วยการฝึกการตระหนักรู้ถึงอารมณ์และความคิดของตัวเอง ทักษะนี้ต้องได้รับการฝึกฝนมาถึงจะสามารถนำมาใช้ได้ดี อาจจะเป็นการสังเกตผ่านร่างกายตัวเอง เช่น ขาชา ปวดท้อง รู้สึกวาบหวิวไปทั่วร่างกาย โดยเราต้องลองสังเกตว่าการที่ร่างกายตอบสนองแบบนั้น อารมณ์ของเราเป็นอย่างไร หรือเราอาจจะจัดการกับอารมณ์ของเราด้วยการฝึกนั่งสมาธิอยู่ตลอด ซึ่งถ้าเราทำมันได้ต่อเนื่องเราจะเป็นคนที่สามารถจัดการอารมณ์ของเราได้ดีและนำมันมาใช้เป็นพลังในเชิงบวกได้ นอกจากนั้น เราอาจจะเลือกใช้วิธีการปล่อยอารมณ์ของเราออกมาด้วยการเขียนสิ่งที่เราคิดออกมาบนกระดาษที่ว่างเปล่าเพื่อให้เราได้ทำการระบายสิ่งที่ตัวเองคิดและรู้สึกออกมาบ้าง หรือถ้าเรามีคนที่อยู่รอบตัวที่เข้าใจเราอาจจะใช้ทางเลือกในการพูดคุยเพื่อระบายสิ่งที่เราคิดกับคนรอบตัวก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพ้กัน อนึ่ง เราอาจจะจัดตารางการออกกำลังกายมาช่วยในการบริหารจัดการอารมณ์ของเราก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีมากเหมือนกัน
มนุษย์เราทุกคนล้วนเป็นต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต สำหรับการเทรดก็เช่นกัน อารมณ์เป็นหนึ่งในต้นเหตุของปัญหาและความผิดพลาดต่าง ๆ ในการเทรด อารมณ์นั้นมีความหลากหลาย ซับซ้อนและแตกต่างกันออกไปในมนุษย์แต่ละคน ให้คุณลองใช้เวลาพิจารณาประโยคนี้ดูว่ามันมีความหมายว่าอย่างไร "ตลาดเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของเรา" จากประโยคดังกล่าว อาจตีความได้ว่า ตัวเรานั้นแท้จริงแล้วเป็นคนอย่างไร ให้ลองมาอยู่ในตลาด เพราะอารมณ์ของเราที่ไม่เคยถูกเปิดเผยออกมา มันจะสะท้อนออกมาในเวลาที่เราตัดสินใจเทรดในตลาด ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ ความโลภ ความกลัว ความโกรธ อะไรก็ตามที่เราพอจะคิดออกเกี่ยวกับอารมณ์ ซึ่งอารมณ์นั่นแหละคือต้นเหตุของความเสี่ยงที่สูงที่สุดในการเทรดและมันเกิดขึ้นจากตัวเราเอง
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราตัดสินใจว่า ต้องการเปลี่ยนแปลงให้ตนเองเป็นเทรดเดอร์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อนั้นควรหาทางป้องกันความเสี่ยงจากตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เราทำอะไรไปตามสัญชาตญาณอีก (หรือทำตาม สัญชาตญาณให้น้อยลง)
หนึ่งในวิธีการที่เราปรับใช้กับตนเองก็คือ การให้คะแนนตัวเองในวันนั้นๆ เพื่อวัดผลจากการกระทำ โดยกำหนดให้ชัดเจนว่า ถ้าทำสิ่งนี้ จะได้คะแนนเท่าไหร่ ซึ่งพฤติกรรมที่ทำให้เราได้คะแนนนั้นเป็นพื้นฐานของการเป็นเทรดเดอร์ที่ดีในอนาคต โดยมีเงื่อนไขการให้คะแนนตัวเอง ดังนี้ :
- ถ้าวางแผนก่อนเทรดทุกไม้ได้ 2 คะแนน (แต่ถ้าไม่วางแผนแล้วเข้าไปเทรด -2 คะแนน)
- ถ้า Update ตลาด ภาคเช้า,ภาคบ่าย และภาคค่ำ ถ้าครบทั้ง 3 ภาครับไป 3 คะแนน
- บันทึกสภาพจิตใจก่อนนอนทุกวัน 1 คะแนน
- นั่งสมาธิตอนเช้า (5 นาที) 1 คะแนน
- นั่งสมาธิก่อนนอน (10 นาที) 1 คะแนน
- Backtest หรืออ่านหนังสือหาความรู้หรือข้อมูลใหม่ๆ จนได้ข้อมูลเพิ่มเติม 1 คะแนน
- ออกกำลังกาย 30 นาทีขึ้นไป 2 คะแนน
คะแนนทั้งหมดจะเป็น 11/10 วางให้เกินไว้ก่อน เพราะหลักๆ เราอยากให้ตนเองได้ทำในสิ่งที่ควรทำ ที่ทำไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายจนเกินไป
(อย่างที่ได้กล่าวไปในช่วงต้นของบทความว่า เรามักจะมี ‘วูบหนึ่ง’ หรือการตัดสินใจตามสัญชาตญาณเกิดขึ้นมาเสมอ การป้องกันความเสี่ยงจากตนเอง จึงนำเรื่องของการทำสมาธิเพื่อเจริญสติเข้ามาประยุกต์ใช้ด้วยเช่นกัน )
ก่อนจะวัดผลระยะกลางในระยะเวลา 3 เดือน คิดคะแนนกับตัวเองที่ 70% หากได้มากกว่าหรือเท่ากับ เกณฑ์เหล่านี้ จะได้รางวัลที่เราตั้งไว้เพื่อเป็นแรงจูงใจที่จะทำสิ่งเหล่านั้นตั้งแต่ตอนแรก
อาจไม่เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ต้องฝึกและอาศัยเวลาในระยะยาว แต่อย่างน้อยเราก็ได้ชนะตัวเองตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจว่า จะทำอะไรแล้วไม่ทำอะไร ด้วยใจลึกๆที่คาดหวังให้ตัวเราดีขึ้น
WINNERS AVERAGE WINNERS - ธีมทัศน์