← บทความทั้งหมด
ข้อมูลจากโบรกเกอร์ที่บอกว่า เทรดเดอร์กว่า 70% เทรดขาดทุน

BOOK SUMMARY

ข้อมูลจากโบรกเกอร์ที่บอกว่า เทรดเดอร์กว่า 70% เทรดขาดทุน

ทุก 1 ปอนด์ที่ชนะ เสียเฉลี่ยประมาณ 1.66 ปอนด์

ทุก 1 ปอนด์ที่ชนะ เสียเฉลี่ยประมาณ 1.66 ปอนด์

จริงอยู่ที่คนส่วนใหญ่ในตลาดทำเงินได้เยอะ แต่มีน้อยคนมากที่รักษาเงินนั้นไว้ได้

เป็นประโยคที่พูดจาก CEO ของโบรกเกอร์ในลอนดอน ลูกค้าส่วนใหญ่ในตลาดชนะมากกว่าแพ้ แต่เมื่อพวกเขาขาดทุน ขนาดของขาดทุนเยอะกว่ากำไรที่ทำได้อย่างมาก…ซึ่งมันมากเกินไป (ทุกๆ 1 ปอนด์ที่พวกเขาชนะ พวกเขาจะเสียประมาณ 1.66 ปอนด์) ความน่าสนใจคือ แม้แต่คนที่มีชื่อเสียงในตลาดทั้งอาจเป็น Hedge Fund หรือผู้จัดการกองทุน เมื่อพวกเขาได้ลองเทรดในพอร์ตส่วนตัวของตนเอง กลับเทรดได้แย่มาก เทรดอย่างไร้วินัยไปเลย

CEO กล่าวต่อว่า เขาพยายามช่วยลูกค้าอย่างเต็มที่ทั้งเครื่องมือที่ครบครัน สเปรดที่ต่ำ ข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วน เขาทำทุกอย่างที่ทำได้ เพราะจากข้อมูลที่มีนั้นพบว่า คนที่เทรดแล้วชนะ มักจะเทรดต่อไปเรื่อยๆ เขาจึงชอบให้ลูกค้าได้กำไร เพราะมันดีต่อธุรกิจของเขา แต่สุดท้ายก็พบว่า คนส่วนใหญ่มักจะขาดทุนภายในเวลาสั้นๆ ยิ่งคนที่เปิดบัญชีด้วยเงินที่น้อยกว่า 100 ปอนด์ยิ่งมีโอกาสสูงที่จะเสียเงินก้อนนั้นไป (มักจะ Overtrade) อาจพูดได้ว่า ไม่ว่าจะหาทางช่วยแค่ไหน สุดท้ายพวกเขาก็หาวิธีทำลายตัวเองอยู่ดี

ใครก็ตามที่ไม่สามารถถือกำไรได้นาน แต่ก็ยึดติดกับผลขาดทุนที่นานเกินไป สุดท้ายเขาก็จะขาดทุนไปจนหมด

คนที่แพ้คือคนธรรมดา ความปกติธรรมดาคือการเดินตามรูปแบบที่คุ้นเคย ซึ่งความปกติคือคนส่วนใหญ่ แม้ว่าโบรกเกอร์จะให้สิ่งที่อำนวยความสะดวกในการเทรดมากแค่ไหน สุดท้ายก็มีน้อยคนที่จะหลุดพ้นจากสถิติของตลาดการเงิน จากการรีเสิร์ชโบรกเกอร์ที่อยู่ในยุโรปพบว่า 5 โบรกเกอร์ที่อ้างอิงในหนังสือเล่มนี้มีอัตราการขาดทุนตั้งแต่ 74%-89%

ต่อมาเขาได้กล่าวถึง 43 ล้านเทรดที่ถูกเทรดจากเทรดเดอร์ 25,000 คนนั้นพบว่า 62% ของการเทรดทั้งหมด มีกำไรถึง 6 ใน 10 จากออเดอร์ที่ส่งไป เมื่อเห็นตัวเลขอย่างนี้เราต่างเข้าใจกันว่า พวกเขาน่าจะทำเงินได้ แต่เมื่อเข้ามาดูว่า พวกเขาทำกำไรเฉลี่ยต่อครั้งได้เท่าไหร่ และขาดทุนเฉลี่ยต่อครั้งเท่าไหร่ เราก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะอะไรคนส่วนใหญ่ถึงขาดทุน แม้มีอัตราการชนะถึง 60% นั่นก็เป็นเพราะว่า พวกเขามีกำไรเฉลี่ย 43 pips แต่มีขาดทุนเฉลี่ย 78 pips ซึ่งระบบเทรดที่มีการขาดทุนมากกว่ากำไรนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ก็ควรมีอัตราการชนะที่สูงพอที่จะชดเชยการขาดทุนได้

เมื่อพูดถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนในแต่ละครั้ง คุณทอมได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า เขาไม่รู้ว่าผลตอบแทนในการเทรดแต่ละครั้งมันจะเป็นเท่าไหร่ ราคาเป้าหมายไม่ใช่สิ่งที่เขาใช้ เพราะเขารอดูมากกว่าว่าตลาดจะให้กำไรเขาเท่าไหร่ เขายอมคืนกำไรไปบ้างบางส่วนมากกว่าที่จะรีบไปปิดแล้วราคาวิ่งขึ้นไปต่อ ให้เราลองเทียบความรู้สึกกันดูว่า ระหว่างยอมคืนกำไรไป 100 จุด กับหลังจากที่ปิด Position ไปแล้วราคาขึ้นไปต่ออีก 100 จุด เราจะรู้สึกเจ็บปวดกับอะไรมากกว่ากัน…

สิ่งที่เราควรทำมากที่สุดคือ ‘การตั้งคำถาม’ ว่าสิ่งใดที่จะทำให้เราไม่เหมือนกับคนอีก 90% ที่ไม่สามารถทำเงินได้ เพราะถ้าเราเป็นคนปกติที่ทำอย่างเดียวกับที่คนอื่นทำ เราก็ไม่มีทางรอดในเส้นทางนี้ และสิ่งที่คน 99% ในตลาดเผชิญอยู่นั้นคือ เขาไม่รู้ว่าควรยอมแพ้หรือยอมรับการขาดทุนอย่างไร?

คุณทอมได้กล่าวต่อว่า ทุกๆชั่วโมงที่เราใช้ไปกับการวิเคราะห์เทคนิค เราควรแบ่งเวลา 25% ของชั่วโมงนั้นมา ‘วิเคราะห์ภายใน’ เพราะเราจำเป็นต้องรู้ว่าจุดแข็ง-จุดอ่อนของตนเองคืออะไร เราเก่งอะไรหรือไม่เก่งอะไรบ้าง เขาบอกว่าน้อยคนนักที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาหรือเจาะลึกตนเองในด้านนี้

Source: หนังสือ Best Loser Wins : บทเรียนหลักล้านจากโคตรเดย์เทรด